วิตามิน E หรือ Tocopherol นั้น แรกเริ่มเดิมทีถูกใช้เป็นยาบำรุงเพื่อป้องกันการมีบุตรยาก

รู้หรือไม่?
วิตามิน E หรือ Tocopherol นั้น แรกเริ่มเดิมทีถูกใช้เป็นยาบำรุงเพื่อป้องกันการมีบุตรยาก โดยการค้นพบฤทธิ์นี้เกิดขึ้นในปี 1922 โดย Evans and Bishop เค้าพบว่าหนูที่แท้งลูกบ่อยๆเมื่อได้สารสกัดจำพวกน้ำมัน (ตอนนั้นเรียกว่า Factor X) ที่สกัดได้จากจมูกข้าวสาลี และผักกาด Lettuce (ไม่ได้แปลว่าผักกาดมีวิตามิน E เยอะนะครับ คือตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเค้าเอาผักกาดมาสกัด) จะทำให้การแท้งลูกลดน้อยลง ซึ่งต่อมาภายหลัง Factor X ถูกตั้งเป็นวิตามินตัวที่ 5 โดยเรียงลำดับตามตัวอักษร ซึ่งก็คือ E (ตอนนั้นรู้จักวิตามินแค่ 4 ตัวคือ A-D) โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tocopherol มาจากภาษากรีกคำว่า Tocos + Phero ซึ่งแปลว่า "ให้กำเนิด" ทั้งคู่
.
ส่วนในทางสกินแคร์ วิตามิน E มีประโยชน์ต่อผิวมากมายครับ จนบางคนเรียกว่าเป็น "วิตามินแห่งความเยาว์วัย"
1. Antioxidant อันนี้หลายๆท่านน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว โดยวิตามิน E จะอยู่ตามผิวเซลล์ คอยดักจับสารอนุมูลอิสระไม่ให้เข้าไปทำลายเซลล์ได้ครับ
2. Emolient เนื่องจากวิตามิน E เป็นสารจำพวกน้ำมัน จะไปละลายเข้ากับเยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ผิว ทำให้ผิวนุ่มครับ
3. Stimulating Turn over rate หรือกระตุ้นให้เซลล์ผิวผลัดตัวได้อย่างเป็นปกติ ส่งผลให้ผิวสุขภาพดีแข็งแรง
4. Wound Healing ช่วยทำให้รอยแผลต่างๆหายได้ไวขึ้น แต่ยังมีการถกเถียงกันอยู่มาก และรอยแผลแต่ละแบบมันก็ไม่เหมือนกัน บางทีก็ได้ผล บางทีก็ไม่ได้ผล ส่วนตัวผมไม่ค่อยคาดหวังกับฤทธิ์ wound healing จากวิตามิน E เท่าไหร่ครับ
.
#AMTSkincare #Skincare #Skintips #Beautytips